ฟุตบอลต่างประเทศ

เหตุผลที่ทางเชลซียังไม่ควรปลด เมาริซิโอ ซาร์รี่

จากผลงานที่ไม่คงเส้นคงวาของทัพสิงโตน้ำเงินครามเชลซี ภายใต้การคุมทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ รวมถึงการปรับแผนการเล่นเวลาที่ทีมมีรูปเกมตามหลังคู่แข่งที่มักจะออกมาในรูปแบบเดิม ๆ ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาในใจของแฟนบอล เชลซี ว่า สมควรให้โอกาสกุนซือชาวอิตาลีได้คุมทีมต่อในฤดูกาลหน้าหรือไม่                 ตลอดระยะเวลาการเข้ามาคุมทัพเชลซี ของเมาริซิโอ ซาร์รี่ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ของทางเชลซี ที่มักจะมีภาพติดตาแฟนบอลเสมอในสไตล์การเล่นที่มักเน้นเล่นเกมรับแล้วรอสวนกลับ จนประสบความสำเร็จมาแล้วมากมาย แต่ทางซาร์รี่ได้เข้ามาปฏิวัติเชลซีให้เล่นด้วยสไตล์การเล่นที่เอ็นเตอร์เทนแฟนบอล เน้นครองเกม เปิดเกมรุกเข้าใส่คู่แข่ง จนทำให้ในช่วงต้นฤดูกาลเชลซีถือเป็นหนึ่งในทีมที่ออกสตาร์ทด้วยผลงานที่สวยหรูมากที่สุดทีมหนึ่งของอังกฤษ                 เมื่อช่วงเวลาที่เปรียบดั่งการฮันนีมูนของซาร์รี่กับแฟนบอลเชลซีได้จบลง ก็ต้องกลับมาสู่ช่วงเวลาแห่งความจริงอีกครั้ง เมื่อสโมสรเชลซีเริ่มไม่สามารถเก็บผลงานได้ตามที่ต้องการ บวกกับการใช้งานนักเตะหรือการแก้เกมที่มักจะชวนให้สงสัย ทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้ปลดซาร์รี่ขึ้นอยู่เรื่อย ๆ                 แต่หากเรามองในอีกมุม กุนซือที่ปัจจุบันทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมอย่างเป๊ป กวาร์ดิโอลาก็เคยเผชิญปัญหาลักษณะเดียวกันในการเข้ามาคุมทัพแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในฤดูกาลแรก โดยในฤดูกาล 2016/2017 หลังจากที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในการออกสตาร์ท แต่ในท้ายที่สุด กลับไม่สามารถพาทีมประสบความสำเร็จได้เลยในฤดูกาลนั้น                 ในขณะเดียวกัน เมื่อเรามองมาที่กุนซือที่ได้รับคำชื่นชมมากมายอย่างเจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันของสโมสรลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 2015/2016 ซึ่งถือเป็นฤดูกาลแรกที่ได้เข้ามานั่งเก้าอี้ผู้จัดการทีม ก็ไม่ได้ทำผลงานโดดเด่นไปกว่าทาง เมาริซิโอ ซาร์รี่เลยแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายหลังจากได้ใช้เวลาในการปรับจูน เสริมทัพปรุงแต่งทีมจนเข้าที่เข้าทาง กลายเป็นว่าทางทีมหงส์แดงลิเวอร์พูลพัฒนาจนกลายเป็นสโมสรชั้นนำของทวีปยุโรป                 อีกทั้งต้องไม่ลืมว่า ขณะนี้ทางทัพเชลซ ก็กำลังมีปัญหาในด้านคดีความเรื่องการกระทำความผิดกฎการซื้อขายนักเตะเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 […]

ฟุตบอลต่างประเทศ

บทบาทใหม่ที่ไม่คู่ควรของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของพลพรรคสิงโตน้ำเงินครามเชลซี นับตั้งแต่ได้ย้ายเข้ามาสู่ถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ โดยก่อนหน้าที่จะเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูกาล 2018/2019 ถือว่าเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ด้วยบทบาทที่คอยทำลายเกมรุกของฝ่ายตรงข้าม นอกจากจะช่วยแผงเกมรับของทางเชลซี ยังทำสร้างโอกาสให้สามารถที่จะโจมตีโต้กลับได้อย่างรวดเร็วจากกลางสนาม                 ด้วยการมาของกุนซือคนใหม่อย่างเมาริซิโอ ซาร์รี่ที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของทางเชลซี อีกทั้งการมาของนักเตะใหม่ของจอร์จินโญ่ที่เข้าบัญชาการเกมด้านหน้าแผงกองหลัง ทำให้กองกลางชาวฝรั่งเศสรายนี้ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ เนื่องจากต้องถูกโยกบทบาทจากกองกลางตัวรับ ให้ขึ้นไปมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากยิ่งขึ้น                 แน่นอนว่าการขยับขึ้นไปมีส่วนร่วมในการรุกที่มากกว่าเดิม ทำให้ทางเอ็นโกโล่ ก็องเต้ มีโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานการทำประตู และแอสซิสต์ให้กับเพื่อนได้มากยิ่งขึ้น ในทางกลับกันก็กลายเป็นข้อสงสัยว่าจะเป็นการทำลายจุดเด่นของเจ้าตัวในเรื่องของเกมรับที่เจ้าตัวได้สร้างไว้หรือไม่                 หากดูจากสถิติที่เจ้าตัวได้ทำไว้ในฤดูกาล 2017/2018 จะพบว่า ในด้านเกมรับเอ็นโกโล่ ก็องเต้มีค่าเฉลี่ยตลอดฤดูกาลในการเข้าสกัดต่อเกม 3.3 ครั้ง และการแย่งบอลจากเท้าคู่แข่งสำเร็จ 2.5 ครั้งต่อเกม ซึ่งเมื่อเทียบกับฤดูกาลนี้จะมีการเข้าสกัดต่อเกมเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1 ครั้ง และการแย่งบอลจากเท้าคู่แข่งสำเร็จ 1.3 ครั้งต่อเกม                 แต่มันคงเป็นการไม่ยุติธรรมที่จะกล่าวถึงสถิติแต่ในด้านของเกมรับ เพราะเมื่อมีการปรับบทบาทหน้าที่ที่เปลี่ยนไป ค่าสถิติโดยรวมในด้านการเล่นเกมรับจะลดลงไปบ้างก็คงไม่แปลก ดังนั้นเราควรจะมองไปที่สถิติการผ่านบอลด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่กองกลางแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ที่มีหน้าที่ช่วยเชื่อมเกมส์รุกและสร้างสมดุลให้เกมรับ                 เมื่อมามองในด้านการผ่านบอลกลับพบว่า ประสิทธิภาพการจ่ายบอลต่อเกมของเจ้าตัวกลับไม่มากขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น โดยเมื่อดูจากสถิติในฤดูกาล 2017/2018 เอ็นโกโล่ […]

ฟุตบอลต่างประเทศ

2 กุญแจสำคัญ หากเชลซีโดนแบนห้ามซื้อนักเตะในฤดูกาล 2019/2020

จากกรณีที่ฟีฟ่าประกาศบทลงโทษต่อสโมสรเชลซี ฐานกระทำผิดกฎการซื้อขายนักเตะเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยมีนักเตะที่เข้าข่ายการกระทำความผิดถึง 29 ราย หนึ่งในนั้นคือ แบร์กตร็องด์ ตราโอเร่ ปีกขวาทีมชาติบูร์กินาฟาโซ ที่ทางสโมสรได้ปล่อยตัวให้ โอลิมปิก ลียง เมื่อปี 2017 จะส่งผลต่อการเสริมความแข็งแกร่งเพื่อเตรียมสู้ศึกในฤดูกาล 2019/2020 โดยตรง เนื่องจากมีบทลงโทษห้ามสโมสรเชลซี ซื้อนักเตะในตลาดทั้งสองรอบตลาดการซื้อขาย เท่ากับว่าทางเชลซีจะสามารถกลับมาเสริมทัพนักเตะได้อีกต้องรอไปถึงฤดูกาล 2020/2021                 อีกทั้งในระหว่างการยื่นขออุทธรณ์ ทางสมาคมฟีฟ่าได้ออกมาปฏิเสธคำร้องที่จะขอเลื่อนบทลงโทษในการห้ามเสริมทัพออกไปก่อนในระหว่างพิจารณาคำร้อง ทำให้เป็นเรื่องน่าหนักใจสำหรับทางเชลซี ในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาล 2019/2020 ที่กำลังจะมาถึง                 แต่ในเคราะห์ร้าย ยังมีเคราะห์ดีอยู่บ้าง เนื่องจากได้มีการยืนยันจากฝั่งสโมสรว่า ในดีลการซื้อขายที่มีการปล่อยยืมกลับไปให้ทางสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ใช้งานนั้นไม่มีปัญหาอะไร เพราะการซื้อขายได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งกรรมสิทธิ์ในตัวนักเตะก็เป็นของทางสโมสรเชลซีเป็นที่เรียบร้อย                 ในอีกทางหนึ่ง ถึงแม้จะถูกห้ามซื้อนักเตะตลอดฤดูกาล 2019/2020 แต่สโมสรเชลซีก็ถือเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีทรัพยากรอยู่ในมือเป็นจำนวนมาก โดยมีนักเตะที่ทางสโมสรปล่อยยืมตัวให้กลับสโมสรอื่นใช้งานถึง 38 คน ดังนั้น เมื่อทางสโมสรไม่สามารถทำการซื้อนักเตะเข้ามาใหม่ได้ เหล่านักเตะที่ถูกปล่อยยืมให้ไปสั่งสมประสบการณ์ จึงถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ทางสโมสรเชลซี ผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปได้                 เคิร์ท […]