ฟุตบอลต่างประเทศ

หรือนี่อาจยังไม่ใช่ฤดูกาลของลิเวอร์พูล(ตอนที่2)

เรามีเหตุผลที่สนับสนุนว่าลิเวอร์พูลอาจจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมป์รายการอื่น ๆได้ในปีนี้ไปแล้ว แต่มันก็มีเหตุผลว่าลิเวอร์พูลอาจชวดแชมป์ได้เช่นกัน ดังเช่นเหรียญที่มีสองด้าน เราเองจึงอยากนำเสนอข้อมูลให้ครบทุกด้านเพื่อแฟนบอลจะได้ไม่ตกหล่นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ด้วยฟอร์มที่แกร่งทั้งผืนของทีมหงส์แดงในเวลานี้ ไม่มีใครอาจหาญสบประมาทว่าทีมนี้จะไปไม่ถึงแชมป์ แม้แต่ในเวทียุโรปซึ่งล้วนแล้วแต่มีทีมประเภทเสือ สิงห์ กระทิง แรด หงส์แดงกลายเป็นทีมที่น่าครั่นคร้ามด้วยสปีดฟุตบอลเร็ว เกมรุกจัดจ้าน สามประสานอย่างมาเน่ ฟีร์มิโน่ และซาล่าห์สามารถทำประตูทุกทีมได้ กองกลางก็ฟิตปั๋งพร้อมไล่เพรสแย่งบอลทำลายเกมของคู่แข่งให้สิ้นซากตั้งแต่แดนกลาง ในส่วนของเกมรับการได้อลิสซอน เบคเกอร์นายทวารจอมหนึบเข้ามาเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย ทำให้ฤดูกาลนี้หงส์แดงเสียประตูในลีกไปแค่สิบประตูเท่านั้น ผลพลอยได้ของลิเวอร์พูลอีกอย่างคือพวกเขาไม่ต้องเสียนักเตะจากทวีปอาฟริกาไปรับใช้ทีมชาติในช่วงต้นปีในรายการอาฟริกัน เนชั่นส์ คัพ เพราะรายการดังกล่าวถูกเลื่อนออกไปหลังจบฤดูกาล ยิ่งพิจารณาก็ยิ่งมองเห็นแต่อนาคตที่สดใส ทว่าขวากหนามที่แท้จริงอันจะฉุดรั้งพลพรรคหงส์แดงไม่ให้ขึ้นไปถึงตำแหน่งแชมป์เพิ่งเริ่มเท่านั้น ลางร้ายแรก คือ การพาเหรดกันบาดเจ็บของกองหลังตัวกลางอย่างโจ โกเมส โจเอล มาติ๊ป และล่าสุด เดยัน ลอฟเรน บาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าไปอีกคน ซึ่งรายหลังน่าจะเสียหายเอาการเพราะลอฟเรนเป็นคู่หูที่เข้าขาพอสมควรกับ เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ปราการหลังตัวเก่งของทีม ตอนนี้เจอร์เก้น คล็อปป์จึงเหลือฟาน ไดจ์ เป็นเซ็นเตอร์แบ็คเพียงคนเดียว จึงเป็นเรื่องน่าหวั่นใจไม่น้อยถึงสถานการณ์ในแนวรับของทีมหงส์แดงเวลานี้ การเข้าสู่ครึ่งหลังของฤดูกาลก็เป็นอีกอุปสรรคที่ไม่อาจมองข้ามได้ เมื่อผ่านมาครึ่งทางเช่นนี้มันทำให้เห็นลาง ๆ แล้วว่าทีมไหนจะมีสถานะอย่างไรไม่เหมือนตอนเปิดฤดูกาลที่ทีมขนาดกลางและขนาดเล็กยังคึกคัก เปิดหน้าสู้ด้วยฝันสูงอยากท้าทายหัวตาราง แต่หลังจากนี้บรรดาทีมเหล่านั้นจะเล่นเกมรับเต็มสูบเพื่อหวังแบ่งแต้มจากบรรดาทีมใหญ่ ด้วยความหวังอยู่รอดหรือจบอันดับคะแนนให้ดีที่สุด โดยธรรมชาติแล้วฟุตบอลสไตล์ลิเวอร์พูลจะชอบทีมที่เปิดหน้าสู้และใช้เกมโต้กลับที่มีประสิทธิภาพเข้าจู่โจม แต่เมื่อเจอทีมที่เน้นรับเล่นเกมอุดพวกเขามักจะตันมุกในการสร้างโอกาสพังประตู ยิ่งหากเจอทีมแบบนี้ติด […]

ฟุตบอลต่างประเทศ

หรือนี่อาจจะเป็นฤดูกาลของลิเวอร์พูล(ตอนที่1)

สำหรับสาวก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สิ่งที่พวกเขาถวิลหามาแสนนานใช่เพียงสไตล์ฟุตบอลเกมรุกที่ดุดันราวพายุบุแคมเท่านั้น ถ้วยรางวัลก็เป็นอีกสิ่งที่สโมสรแห่งนี้ขาดหายมาเนิ่นนาน ถ้วยรางวัลคือความสำเร็จที่จับต้องได้ เป็นตัวลบคำสบประมาทที่ทีม ๆ นี้ถูกถากถางมานานหลายทศวรรษ และฤดูกาลนี้พวกเขาขยับเข้าใกล้มันทุกขณะ โดยพูดได้เต็มปากเลยว่าไม่ต้องรอฤดูกาลหน้า ฤดูกาลนี้หงส์มาแน่ ประวัติศาสตร์ช่วงปีหลังของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลจะเรียกว่าอาภัพก็คงไม่แรงไปนัก พวกเขาเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์มาครั้งแล้วครั้งเล่า และอกหักซ้ำบ่อยจนน่าสงสาร ทั้งการนำห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถึงเก้าแต้ม(แข่งมากกว่าหนึ่งนัด) แต่ดันตกม้าตายช่วงสุดท้ายของฤดูกาล 2013-2014 ยังเป็นภาพจำมาจนถึงทุกวันนี้ เหตุลื่นช็อคโลกของสตีเว่น เจอร์ราด ทำให้ เดมบ้า บา ฉกบอลเข้าไปยิงประตูขึ้นนำให้กับเชลซี ก่อนจบที่สกอร์ ลิเวอร์พูล 0-2 เชลซี กลายเป็นเรื่องที่ล้อเลียนกันถึงปัจจุบัน แถมอีกนัดก็ดันไปติดเสมอคริสตันพาเลซ ทำให้ทีมเรือใบสีฟ้าที่เก็บชัยได้ทั้งหมด ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครองอย่างน่าเหลือเชื่อ ไม่เพียงแค่ศึกพรีเมียร์ลีกเท่านั้น ในเวทียุโรปรายการยูฟ่า คัพ 2016 ลิเวอร์พูลได้เข้าชิงกับเซบีญ่าก็ถูกต้อนไปด้วยสกอร์ขาดลอยถึง 3-1 เป็นที่มาของคำล้อเลียน “โค้กติดคอ” (coke นักเตะเซบีญ่ายิงสองประตู) ล่าสุดในปีที่ผ่านมาฤดูกาล 2018 เจอร์เก้น คล็อปป์ พาหงส์แดงเข้าชิงถ้วยใหญ่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกก็ถูก เรอัล มาดริดกระซวกตาข่ายไปด้วยสกอร์เดิม 3-1 โดยมีไฮไลท์สำคัญที่ โมฮัมเหม็ด […]

ฟุตบอลต่างประเทศ

ปฏิบัติการจงอางหวงไข่ ในโลกของฟุตบอล

นับตั้งแต่ บราฮิม ดิอาซ กองกลางดาวรุ่งวัย 19 ปีทำเรื่องขอย้ายทีมจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สู่อ้อมอกของ เรอัล มาดริด บรรดาแข้งดาวรุ่งของหลาย ๆ ทีมก็กลายเป็นสมบัติล้ำค่าขึ้นมาทันที เดิมทีแล้ว เป๊ป กวาดิโอล่า นายใหญ่ของทีมเรือใบสีฟ้าไม่ต้องการปล่อยตัวดาวรุ่งที่เขาคอยเฝ้าฟูมฟักออกจากทีม พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่าจะทำทุกวิถีทางให้ดิอาซอยู่กับทีมต่อไป ทว่าท้ายที่สุดเจ้าหนูดิอาซเองไม่ยอมต่อสัญญา ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้จำต้องปล่อยตัวให้เรอัล มาดริด ในราคา 17 ล้านยูโร การดอดเข้ามาซิวตัวเด็กในอะคาเดมี่ทีมชั้นนำเช่นนี้ทำให้หลาย ๆ ทีมไม่มั่นใจแล้วว่าจะรักษาดาวรุ่งฝีเท้าดีไว้ได้ แถมบรรดาดาวรุ่งเองก็ไม่ยอมทนเป็นตัวเลือกสำรองที่ได้ลงสนามเป็นครั้งคราวอีกต่อไป นั่นจึงเป็นที่มาของปฏิบัติการจงองหวงไข่ที่กำลังเกิดขึ้นในวงการฟุตบอลอังกฤษ ณขณะนี้ นับตั้งแต่ บราฮิม ดิอาซ กองกลางดาวรุ่งวัย 19 ปีทำเรื่องขอย้ายทีมจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ สู่อ้อมอกของ เรอัล มาดริด บรรดาแข้งดาวรุ่งของหลาย ๆ ทีมก็กลายเป็นสมบัติล้ำค่าขึ้นมาทันที เดิมทีแล้ว เป๊ป กวาดิโอล่า นายใหญ่ของทีมเรือใบสีฟ้าไม่ต้องการปล่อยตัวดาวรุ่งที่เขาคอยเฝ้าฟูมฟักออกจากทีม พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่าจะทำทุกวิถีทางให้ดิอาซอยู่กับทีมต่อไป ทว่าท้ายที่สุดเจ้าหนูดิอาซเองไม่ยอมต่อสัญญา ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้จำต้องปล่อยตัวให้เรอัล มาดริด ในราคา 17 […]