ฟุตบอลต่างประเทศ

2 กุญแจสำคัญ หากเชลซีโดนแบนห้ามซื้อนักเตะในฤดูกาล 2019/2020

จากกรณีที่ฟีฟ่าประกาศบทลงโทษต่อสโมสรเชลซี ฐานกระทำผิดกฎการซื้อขายนักเตะเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยมีนักเตะที่เข้าข่ายการกระทำความผิดถึง 29 ราย หนึ่งในนั้นคือ แบร์กตร็องด์ ตราโอเร่ ปีกขวาทีมชาติบูร์กินาฟาโซ ที่ทางสโมสรได้ปล่อยตัวให้ โอลิมปิก ลียง เมื่อปี 2017 จะส่งผลต่อการเสริมความแข็งแกร่งเพื่อเตรียมสู้ศึกในฤดูกาล 2019/2020 โดยตรง เนื่องจากมีบทลงโทษห้ามสโมสรเชลซี ซื้อนักเตะในตลาดทั้งสองรอบตลาดการซื้อขาย เท่ากับว่าทางเชลซีจะสามารถกลับมาเสริมทัพนักเตะได้อีกต้องรอไปถึงฤดูกาล 2020/2021

                อีกทั้งในระหว่างการยื่นขออุทธรณ์ ทางสมาคมฟีฟ่าได้ออกมาปฏิเสธคำร้องที่จะขอเลื่อนบทลงโทษในการห้ามเสริมทัพออกไปก่อนในระหว่างพิจารณาคำร้อง ทำให้เป็นเรื่องน่าหนักใจสำหรับทางเชลซี ในการเตรียมความพร้อมก่อนเปิดฤดูกาล 2019/2020 ที่กำลังจะมาถึง

                แต่ในเคราะห์ร้าย ยังมีเคราะห์ดีอยู่บ้าง เนื่องจากได้มีการยืนยันจากฝั่งสโมสรว่า ในดีลการซื้อขายที่มีการปล่อยยืมกลับไปให้ทางสโมสร โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ใช้งานนั้นไม่มีปัญหาอะไร เพราะการซื้อขายได้เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งกรรมสิทธิ์ในตัวนักเตะก็เป็นของทางสโมสรเชลซีเป็นที่เรียบร้อย

                ในอีกทางหนึ่ง ถึงแม้จะถูกห้ามซื้อนักเตะตลอดฤดูกาล 2019/2020 แต่สโมสรเชลซีก็ถือเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีทรัพยากรอยู่ในมือเป็นจำนวนมาก โดยมีนักเตะที่ทางสโมสรปล่อยยืมตัวให้กลับสโมสรอื่นใช้งานถึง 38 คน ดังนั้น เมื่อทางสโมสรไม่สามารถทำการซื้อนักเตะเข้ามาใหม่ได้ เหล่านักเตะที่ถูกปล่อยยืมให้ไปสั่งสมประสบการณ์ จึงถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ทางสโมสรเชลซี ผ่านพ้นวิกฤติในครั้งนี้ไปได้

                เคิร์ท ซูม่า กองหลังชาวฝรั่งเศสที่ได้ถูกปล่อยยืมไปให้ทางสโมสรเอฟเวอร์ตันใช้งาน อยู่ในข่ายที่ดูน่าสนใจ โดยหากคำนึงจากสถิติจะพบว่า นอกจากจะได้รับโอกาสในการลงสนามให้กับทางเอฟเวอร์ตันอย่างสม่ำเสมอ ในตลอดการทำงานกับเอฟเวอร์ตัน เคิร์ท ซูม่า มีสถิติต่อเกมในการเข้าสกัดบอลสำเร็จ 1.4 ครั้ง ทำฟาวล์ 0.7 ครั้ง และบล็อกลูกยิงคู่แข่ง 0.5 ครั้ง เหนือกว่าบรรดานักเตะกองหลังทั้งหมดในทีมเชลซีชุดปัจจุบัน อีกทั้งยังมีสถิติเคลียร์บอลอันตรายในกรอบเขตโทษสูงถึง
3.9 ครั้ง เป็นรองเพียง ดาวิด ลุยซ์ เท่านั้น

                ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ หลังจากพบความล้มเหลวในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ ก็ถูกปล่อยตัวไปสั่งสมประสบการณ์กับทางสโมสรชั้นนำในอิตาลีอย่าง เอซี มิลาน โดยนอกจากจะได้ลงเล่นเป็นตัวหลัก และได้รับคำชื่นชมมากมายจากทางฝั่งแฟนบอลอิตาลี โดยเมื่อมองไปถึงสถิติในการลงสนามต่อเกมปรากฏว่า มีการเข้าสกัดบอลสำเร็จถึง 2.3 ครั้ง แย่งบอลจากเท้าคู่แข่ง 1.8 ครั้ง เคลียร์บอลจากพื้นที่อันตราย 1.4 ครั้ง เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่ง 1.8 ครั้ง และเรียกฟาวล์จากคู่แข่งได้ถึง 1.8 ครั้งต่อเกม เรียกได้ว่าถ้านับเพียงสถิติในการทำผลงานในสนามของทางกองกลางชาวฝรั่งเศสรายนี้ เหนือกว่ากองกลางตัวหลักปัจจุบันของทีมอย่างทาง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ หรือทาง จอร์จินโญ่ โดยสิ้นเชิง

                โดยตามข้อเท็จจริงแล้ว ทางสโมสรเชลซียังมีโอกาสที่จะสามารถคลี่คลายเรื่องดังกล่าวได้ หากสโมสรยื่นเรื่องต่อศาลกีฬาโลกเพื่อเข้ามาระงับคำสั่งของทางฟีฟ่า เพื่อยืดเวลาในการเสริมทัพระหว่างการพิจารณาคำขออุทธรณ์ได้สำเร็จ แต่ในทางกลับกันหากไม่สามารถจัดการได้ คงถึงเวลาแล้วที่จะหันกลับมามองทรัพยากรที่มีอยู่ในมือ