ฟุตบอลต่างประเทศ

เอลกลาซีโก สงครามการเมืองที่มีสังเวียนอยู่บนสนาม

เอลกลาซีโก เป็นการดวลแข้งระหว่างสโมสรฟุตบอลเรอัล มาดริด กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่า โดยเหล่าแฟนบอลที่ดูบอลกันเป็นประจำจะรู้ว่า ในศึกเอลกลาซิโกนั้นไม่เพียงแต่เป็นเรื่องผลแพ้ชนะ แต่ยังแฝงถึงศักดิ์ศรีของทั้งสองเมืองอย่างแท้จริง

ก้าวแรกแห่งความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้น เมื่อนายพลฟรานซิสโก้ ฟรังโก้ อดีตผู้นำเผด็จการของสเปนได้ขึ้นมาเรืองอำนาจภายใต้นโยบายสเปนหนึ่งเดียว แต่ในความจริงแล้ว ทำให้เกิดการกดขี่ข่มเห่งประชาชน ละเมิดสิทธิต่าง ๆ รวมทั้งการห้ามพูดภาษาท้องถิ่นและห้ามใช้ธงประจำแคว้น ซึ่งหนึ่งในแคว้นที่ได้รับผลกระทบไปโดยตรงคือ แคว้นกาตาลุนย่า ที่มีเมืองบาร์เซโลน่าเป็นเมื่องหลวงในขณะนั้น

เหตุการณ์ที่ทำให้แฟนเรอัล มาดริดโกรธแค้นชาวกาตาลุนย่านั้น มาจากรายงานว่า เมื่อปี 1916 นักเตะรายหนึ่งของเรอัล มาดริด ถูกยิงเสียชีวิตในแคว้นกาตาลุนย่า แต่กลับไม่พบหลักฐานว่าถูกยิงด้วยสาเหตุใด เหตุการณ์ต่อมาเกิดขึ้นในปี 1930 ในเกมฟุตบอลถ้วยรอบชิงชนะเลิศระหว่างเรอัล มาดริด พบกับแอธเลติก บิลเบา ผลปรากฏว่า เรอัล มาดริดพ่ายทีมจากแคว้นบาสก์ด้วยน้ำมือของผู้ตัดสินชาวกาตาลุนย่า

ในทางกลับกัน เมื่อเวลาผ่านมาจนถึงปี 1953 มาร์ตี้ การ์เรตโต้ ประธานสโมสรบาร์เซโลน่าในขณะนั้น ได้ไปเจรจาเพื่อคว้าตัว อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่ จากทีมมิลิโอนาริออส จนได้เซ็นสัญญากับบาร์เซโลน่าเรียบร้อย และทางฟีฟ่าได้อนุมัติการย้ายทีมในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามสหพันธ์ฟุตบอลสเปนภายใต้การควบคุมของนายพลฟรังโก้ จัดการเจรจาให้ทาง เรอัล มาดริด ซื้อตัวอัลเฟรโด ดิ สเตฟาโน่ จากมิลิโอนาริออส เช่นกัน โดยให้ทางสหพันธ์ฟุตบอลสเปนออกกฎหมายห้ามซื้อนักเตะต่างชาติ เพื่อสกัดกั้นการย้ายร่วมทีมของดิ สเตฟาโน่ สู่เมืองบาร์เซโลน่า

แน่นอนว่าทางฝั่ง บาร์เซโลน่า ไม่ยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากฝั่งตนได้ทำการซื้อขายเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางสหพันธ์ฟุตบอลสเปนจึงได้แก้ไขปัญหาด้วยการประกาศว่าทาง บาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด บรรลุข้อตกลงในคว้าตัวดิ สเตฟาโน่ ด้วยสัญญา 4 ปี โดยจะลงเล่นให้กับทาง เรอัล มาดริด ก่อนแล้วทาง บาร์เซโลน่า จึงจะได้รับสิทธิ์ในตัว
ดิ สเตฟาโน่ ไป ทางบาร์เซโลน่าจึงประกาศสละสิทธิ์ในตัวของ ดิ สเตฟาโน่ เนื่องจากทางสโมสรรู้สึกถึงความไม่โปร่งใสที่เกิดขึ้น

แล้วเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงที่สุดก็ได้เกิดขึ้น เมื่อในปี 1943 โดยในเกมนัดแรกในศึกโกปา เดล เรย์ รอบรองชนะเลิศ ผลปรากฏว่าบาร์เซโลน่าเอาชนะไปได้ 3-0 และจะต้องไปเล่นต่อในเกมที่สองที่สนามเหย้าของเรอัล มาดริด นายพลฟรังโก้ได้ส่งกองกำลังทหารมาต้อนรับถึงในห้องแต่งตัวของนักเตะบาร์เซโลน่า ตลอดการแข่งขันในเกมนั้น มีการตัดสินที่ค้านสายตาแฟนบอลหลายต่อหลายครั้ง ผลปรากฏว่า เป็นทางสโมสร เรอัล มาดริด คว้าชัยไปอย่างถล่มทลาย 11-1 และได้ประกาศเกียรติยศในนัดนี้ว่าเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความโกรธแค้นต่อความรู้สึกของแฟนบอลบาร์เซโลน่าเป็นอย่างมาก

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุก ๆ ครั้งที่ทั้งสองสโมสรโคจรมาพบกัน จึงมีความสำคัญเป็นดั่งสัญลักษณ์ของการต่อสู้กันทางการเมืองระหว่างชาวแคว้นกาตาลุนย่า กับชาวเมืองมาดริด การแข่งขันของคู่นี้ จึงเป็นเสมือนสงครามการเมืองที่มีสังเวียนอยู่บนสนาม