นักกีฬา

เส้นทางนักสู้ของ เมย์ รัชนก อินทนนท์

จำได้ว่าเริ่มต้นเล่นกีฬาที่ใช้อุปกรณ์ครั้งแรก ก็คือ ‘แบดมินตัน’ อาจเป็นเพราะไม่มีความยุ่งยากในการใช้พื้นที่มากนัก แค่มีที่โล่ง ๆ นิดหน่อย เอาปูนขาวมาโรยตีเส้นแบ่งเขต ก็จับคู่เล่นกับกลุ่มเพื่อนได้แล้ว สำหรับกีฬาแบดมินตันนั้นได้เข้ามาสู่ประเทศไทย ราวปี พ.ศ.2456 หรือ 106 ปีมาแล้ว ถือว่านานโขอยู่ เริ่มแรกเล่นกันอยู่แค่ในรั้วในวัง ตามบ้านผู้ดีมีตระกูล ก่อนจะเริ่มเผยแพร่ออกไป จนกลายเป็นกีฬาที่คนนิยมเล่นทั่วประเทศ แถมยังเป็นหลักสูตรของชั่วโมงพละ ในห้องเรียนชั้นมัธยมอีกด้วย

เบาหวิวหากหนักหน่วง

แม้ลูกขนไก่จะมีน้ำหนักเพียงแค่ไม่กี่กรัม แต่การหวดไม้แร็กเกตแต่ละครั้ง ก็ใช้พลังงานกล้ามเนื้อแขนไม่น้อย ไหนจะต้องขยับร่างกายเคลื่อนไหวตามลูกขนไก่ ที่ปลิดปลิวมาจากฝ่ายตรงข้าม ทำให้กีฬาแบดมินตันเป็นการออกกำลังที่เรียกเหงื่อ ให้แก่ผู้เล่นไม่น้อย เรียกได้ว่าเผาผลาญแคแคลอรี่ได้เยอะทีเดียว

จากการเล่นเพื่อออกกำลังกายเพียงเบา ๆ ก็กลายมาเป็นเส้นทางสู่ความฝันระดับอาชีพ

สำหรับประเทศไทยแล้ว กีฬาแบดมินตันดูเหมือนจะขึ้นแท่นเป็นกีฬายอดนิยมไปแล้ว เหตุผลมาจากที่นักกีฬาแบดมินตัน ได้ทำชื่อเสียงให้กับประเทศอย่างมาก ถ้าเอ่ยชื่อแล้วไม่มีใครรู้จักเนี่ย ก็ถือหลงยุคเสียแล้วล่ะ นั้นก็คือ ‘น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์’ สาวน้อยมหัศจรรย์ อดีตนักแบดมินตันหญิงมือหนึ่งของโลก แม้ตอนนี้อับดับโลกของน้องเมย์จะร่วงลงมาอยู่ที่ 6 แต่ไม่ได้หมายความว่า สาวน้อยคนนี้จะหยุดสร้างฝันให้กับตัวเองหรอกนะ น้องเมย์เริ่มเล่นแบดมินตันเมื่ออายุ 6 ขวบ โดยได้การสนับสนุนจากคุณกมลา ทองกร เจ้าของโรงงานทำขนมบ้านทองหยอดที่ครอบครัวน้องเมย์ทำงานอยู่ด้วย พออายุได้ 12 ปี ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับเยาวชนครั้งแรกของรายการอุดรธานีโอเพ่น จากนั้นเส้นทางสายนักตบลูกขนไก่ของรัชนก อินทนนท์ ก็โลดแล่นขึ้นมาสู่รายการใหญ่ ๆ ระดับทั่วไปของประเทศ ก่อนจะกระโจนเข้าสู่สนามแข่งขันระดับนานาชาติ เมื่อปี 2551 เด็กสาวนักล่าฝันยังไม่หยุดแค่นั้น คว้าแชมป์แรกในระดับกรังด์ปรีซ์ให้กับตัวเองที่ประเทศเวียดนามและอินเดีย ในปีต่อ ๆ มารัชนก อินทนนท์ ก็ทำผลงานได้ดีมาตลอด และในปี 2556 เธอก็คว้าแชมป์การแข่งขันแบดมินตันโลกได้สำเร็จ และเป็นคนแรกของประเทศไทย ด้วยวัยเพียง 18 ปี เท่านั้น

ในปัจจุบัน รัชนก ยังคงทำผลงานได้สม่ำเสมอ มีแพ้บ้างชนะบ้าง ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของคำว่า ‘กีฬา’ ตัวเธอเองอาจจะพลาดแชมป์ในหลายรายการ แต่ก็เข้ารอบลึก ๆ ในหลายรายการเช่นกัน อย่างเมื่อกลางปีที่ผ่านมา รัชนกลงแข่งในรายการ คราวน์กรุ๊ป ออสเตรเลียน โอเพ่น 2019 ทัวร์นาเมนต์ระดับเวิลด์ทัวร์ ชิงเงินรางวัลรวม 150,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,800,000 บาท รัชนกก็เข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แต่พ่ายให้แก่ โนโซมิ โอกูฮาระ ไปอย่างเสียดาย รายการครั้งล่าสุดที่เพิ่มจบไป ‘โคเรีย โอเพ่น 2019’ แพ้ให้กับสาวจีน เหอ ปิงเจียว ไปเพียงแค่สกอร์เดียวเท่านั้น วันนี้อาจจะพลาดแชมป์ในรายการใหญ่ แต่ครั้งหน้าอาจผงาดกลับขึ้นมาเป็นมือหนึ่งอีกครั้ง สู้ต่อไป ‘เมย์ รัชนก อินทนนท์’