ฟุตบอลต่างประเทศ

ฤดูกาลที่ยาวนาน กับการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกของ 2 ทีมที่พร้อมรบ

ฤดูกาลที่ยาวนานถึง 9 เดือนของสังเวียนแข้งพรีเมียร์ลีกอังกฤษการันตีด้วยความสนุก ตื่นเต้น ลุ้นระทึก มีผู้สมหวัง และมีผู้ผิดหวัง คละเคล้ากันไป อย่างในฤดูกาลที่ผ่านมา 2018/2019 การตัดสินแชมป์ขับเคี่ยวกันมาตลอดระหว่างลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จนถึงนัดสุดท้ายที่ชี้ขาดว่าเรือใบสีฟ้าสามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งมีคะแนนห่างลิเวอร์พูลเพียงแต้มเดียวเท่านั้น และแน่นอนสำหรับฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดม่านกันในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ แฟนบอลแต่ละทีมล้วนตั้งตารอความสนุกที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างใจจดจ่อ

ศักยภาพของทีมที่ลงตัว การซื้อนักเตะจึงไม่จำเป็นสำหรับเรือใบสีฟ้า และหงส์แดง

                ในช่วงปิดฤดูกาลนับเป็นการทำงานหนักของสโมสรต่าง ๆ ที่จะต้องเฟ้นหานักเตะฝีเท้าดีมาเสริมทัพเพื่อสู้ศึก ส่วนจะเสริมทีมมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับจุดอ่อนที่จำเป็นต้องเสริม และสถานะทางการเงินของสโมสร และการเสริมทีมนี่เองก็เป็นสีสันให้แฟนบอลแต่ละทีมตั้งตารอชมฝีเท้านักเตะใหม่เมื่อเปิดฤดูกาล แต่สำหรับ 2 ทีมลุ้นแชมป์จากเมื่อฤดูกาลก่อนกลับเสริมทีมเข้ามาเพียงน้อยนิดทั้งที่สถานะทางการเงินก็จัดว่ามีความพร้อมในการจับจ่าย ซึ่งคงทำให้ความสนุกของแฟนบอลในตลาดซื้อขายนักเตะลดน้อยลงไปพอสมควร

พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/2020 นับเป็นฤดูกาลที่น่าติดตาม นั่นเพราะบรรดาทีมใหญ่ล้วนกระโดดลงตลาดนักเตะกันแบบคึกคัก หากแต่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และลิเวอร์พูล 2 ทีมลุ้นแชมป์จากฤดูกาลก่อนกลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับการซื้อตัวผู้เล่นใหม่เข้าสู่ทีม และนี่คือความเคลื่อนไหวของทั้ง 2 ทีมในตลาดซัมเมอร์นี้

1. ทีมแชมป์เก่าอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่โกยแต้มตลอด 2 ฤดูกาลคว้าแชมป์แบบไร้ข้อกังขา จะสามารถคว้าแชมป์สมัยที่ 3  ติดต่อกันได้หรือไม่ ทำสถิติเป็นทีมที่ 2 ต่อจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เคยทำได้หรือไม่ แม้การเสริมทัพมีเพียงอังเคลิโญ่ และโรดรี แต่ถือว่าเสริมได้น่ากลัวแก้ปัญหาตรงจุด และด้วยศักยภาพที่พร้อมอยู่เป็นทุนเดิมทีมเรือใบจึงยังคงขึ้นแท่นเต็งหนึ่งอีกครั้งอย่างไม่ต้องสงสัย

2. ลิเวอร์พูล ที่แทบจะไม่เสริมทัพใด ๆ เลย มีเพียงนักเตะเยาวชนที่ซื้อมาปลุกปั้นอย่างเชปป์ ฟาน เดน เบิร์ก และฮาร์วี เอลเลียต เท่านั้น ด้วยความมั่นใจของเจอร์เกน คล็อปป์ ผู้เป็นกุนซือ แต่หากมองถึงสภาพทีมโดยรวมบวกกับนักเตะหลายรายที่จะมีสภาพร่างกายกลับมาสมบูรณ์พร้อมในฤดูกาลใหม่ ก็ถือว่ามีขุมกำลังที่น่ากลัวอยู่แล้ว อีกทั้งการพลาดแชมป์ด้วยแต้มต่างเพียง 1 แต้มจากฤดูกาลก่อนน่าจะเป็นแรงขับชั้นดีให้หงส์แดงไล่ล่าตาข่ายเพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองให้ได้สักที

การต่อสู้ลุ้นแชมป์อาจเป็นหนังม้วนเดิม หรือท้ายสุดแล้วอาจโดนตาอยู่คว้าพุงปลาไปกิน

                การที่ทั้ง 2 ทีมมีสภาพทีมที่ลงตัวอยู่แล้วเป็นสาเหตุที่ผู้เป็นกุนซือไม่คิดจะเสริมทีมเช่นทีมอื่น ด้วยเพราะราคานักเตะในตลาดทุกวันนี้นั้นไปไกลเกินกว่าจะยับยั้งได้ อีกทั้งการได้นักเตะใหม่จำเป็นต้องปรับจูนให้เข้ากับระบบในทีม โอกาสเสี่ยงที่ซื้อมาแพงแล้วใช้งานไม่ได้ก็มีสูง รวมถึงทั้ง 2 ทีมยังมีนักเตะดาวรุ่งจากอะคาเดมีรอเป็นอะไหล่ชั้นดีให้ทีมด้วยอยู่แล้ว จึงทำให้มั่นใจได้ว่าจะยังดีพอให้ลุ้นแชมป์ได้แบบยาว ๆ

                แม้ว่าลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะพอใจกับศักยภาพของทีมในชุดปัจจุบัน แต่การลุ้นแชมป์ลีกที่ยาวนานมีปัจจัยต่าง ๆ ที่สามารถเปลี่ยนบทสรุปเมื่อท้ายฤดูกาลได้มากมาย บิ๊กทีมรายอื่นไม่ว่าจะเป็นอาร์เซนอล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และสเปอร์ส ก็มีการปรับแต่งเสริมทีมกันมากมาย เว้นก็แต่เชลซีที่ติดโทษแบนห้ามซื้อนักเตะ 2 รอบตลาดแต่ก็ยังได้คริสเตียน พูลิซิซ เข้ามาเสริม ซึ่งหากทีมใดสามารถปรับจูนได้ลงตัวก็อาจเบียดทั้ง 2 ทีมลงได้เมื่อบั้นปลาย