นักกีฬา

บทพิสูจน์บทใหม่ในชุดสีขาวของชายที่ชื่อ เอเดน อาซาร์

หนึ่งในนักฟุตบอลที่มีอิทธิผลต่อทีมเสมอเมื่อยามลงสนามเท่าที่นึกได้ในชั่วโมงนี้ก็คงเป็นนักเตะประมาณคริสเตียโน โรนัลโด, ลีโอเนล เมสซี, เนย์มาร์ รวมไปถึงเอเดน อาซาร์ ด้วยทักษะความสามารถบวกกับพรสวรรค์ที่มี พวกเขาจะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญให้สโมสรต้นสังกัดคว้าชัยชนะมาได้อยู่เสมอแม้ว่าในบางนัดทีมของพวกเขาดูจะไม่สามารถทำอะไรคู่แข่งได้แล้ว แต่ความมหัศจรรย์ของพวกเขากลับเปลี่ยนผลการแข่งขันให้ทีมกำชัยชนะได้อยู่บ่อยครั้ง

กว่าจะมาเป็นชายที่ชื่อ อาซาร์ ของจริงเกรดพรีเมียมที่พร้อมสร้างความสำเร็จ

เอเดน อาซาร์ เกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 1991 ในประเทศเบลเยียม เริ่มเล่นฟุตบอลอาชีพกับสโมสรท้องถิ่นในบ้านเกิด สร้างชื่อมาจากทีมเยาวชนของสโมสรลีลล์ ในลีกเอิง ฝรั่งเศส โดยสามารถเลื่อนขึ้นมาเล่นให้ทีมชุดใหญ่ของลีลล์ตั้งแต่อายุ 16 ปี และกลายเป็นกำลังหลังแทบจะทันที อาซาร์โดดเด่นจนสามารถคว้ารางวัลนักฟุตบอลเยาวชนยอดเยี่ยมมาครองได้ถึง 2 ครั้งติด เขาใช้ฝีเท้าสร้างความมหัศจรรย์พาลีลล์ครองแชมป์ลีกเอิงได้สำเร็จ ควบด้วยคูป เดอ ฟรองส์ กลายเป็นดับเบิลแชมป์เมื่อปี 2010/2011

เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพนั้นไม่ได้ยาวไกลนักเตะจำเป็นต้องมองหาหนทางที่ดีกว่าสวยงามกว่าเสมอ เมื่อเขาโดดเด่นจนคว้ารางวัลผู้เล่นแห่งปีของลีกเอิงในปีที่คว้าดับเบิลแชมป์ หลายสโมสรชื่อดังทั่วยุโรปต่างจับจ้องที่จะคว้าตัวเขาไปครอบครอง หากแต่ในวันนั้นด้วยวัยเพียง 20 ปี กับผลงานในลีกเอิงซึ่งความเขี้ยวน้อยกว่าลีกใหญ่อื่น ๆ ในยุโรป จึงเป็นที่ถกเถียงกันว่าหนุ่มน้อยผู้นี้จะสามารถเล่นได้ในระดับไหนสำหรับลีกอื่นที่โหดกว่า อาซาร์เลือกที่จะย้ายซบเชลซี ยักษ์ใหญ่แห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และนั่นคือจุดเริ่มต้นความมหัศจรรย์ที่เขาฝากไว้กับทีมสิงโตน้ำเงินคราม

เส้นทางสายใหม่ ความสำเร็จที่รออยู่อาจเป็นส่วนเติมเต็มให้ทั้ง 2 ฝ่าย

อาซาร์พิสูจน์ตัวเองด้วยการแสดงให้เห็นว่าฝีเท้าอันยอดเยี่ยมของเขาไม่ว่าจะอยู่ในลีกใดมันก็คือของจริง ตลอด 8 ปีในชุดสีน้ำเงินครามเขาคือหัวใจของทีมที่เสกแชมป์ต่าง ๆ ให้กับสโมสรไว้มากมาย แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, เอพเอ คัพ 1 สมัย, ลีกคัพ 1 สมัย และถ้วยรองของยุโรปอย่างยูโรปา ลีก อีก 2 สมัย ขาดเพียงแต่เจ้าถ้วยหูโตเท่านั้น ด้วยอายุอานาม 28 กะรัต อาซาร์เลือกเดินสู่เส้นทางสายใหม่อีกครั้งเพื่อความท้าทายในช่วงปลายของอาชีพค้าแข้ง

ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเป็นสโมสรที่มีความเกรียงไกรมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของยุโรป ปัญหาต่าง ๆ ของสโมสรทำให้ฤดูกาล 2018/2019 ไม่น่าจดจำสำหรับมาดริด การคว้าตัวเอเดน อาซาร์ ซึ่งมีข่าวเชื่อมโยงกันมาตลอดแทบจะทุกช่วงตลาดซื้อขายจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ฝีเท้าของอาซาร์เองก็เป็นของจริงโดยไม่ต้องพิสูจน์ การได้ตัวอาซาร์ไปใช้งานถือได้ว่าเป็นประโยชน์กับทีมอย่างแน่นอน แต่การปรับแต่งทีมที่ยังไม่ลงตัวคงต้องให้เวลาทุกฝ่ายอีกสักนิด เมื่อทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยเมื่อไรคอยดูเถอะว่าชายที่ชื่อเอเดน อาซาร์ จะสร้างความสำเร็จให้เรอัล มาดริดได้มากเพียงใด