ฟุตบอลต่างประเทศ

บทบาทใหม่ที่ไม่คู่ควรของ เอ็นโกโล่ ก็องเต้

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของพลพรรคสิงโตน้ำเงินครามเชลซี นับตั้งแต่ได้ย้ายเข้ามาสู่ถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ โดยก่อนหน้าที่จะเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูกาล 2018/2019 ถือว่าเป็นหนึ่งในกองกลางตัวรับที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ด้วยบทบาทที่คอยทำลายเกมรุกของฝ่ายตรงข้าม นอกจากจะช่วยแผงเกมรับของทางเชลซี ยังทำสร้างโอกาสให้สามารถที่จะโจมตีโต้กลับได้อย่างรวดเร็วจากกลางสนาม

                ด้วยการมาของกุนซือคนใหม่อย่างเมาริซิโอ ซาร์รี่ที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่นของทางเชลซี อีกทั้งการมาของนักเตะใหม่ของจอร์จินโญ่ที่เข้าบัญชาการเกมด้านหน้าแผงกองหลัง ทำให้กองกลางชาวฝรั่งเศสรายนี้ได้รับผลกระทบไปเต็ม ๆ เนื่องจากต้องถูกโยกบทบาทจากกองกลางตัวรับ ให้ขึ้นไปมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากยิ่งขึ้น

                แน่นอนว่าการขยับขึ้นไปมีส่วนร่วมในการรุกที่มากกว่าเดิม ทำให้ทางเอ็นโกโล่ ก็องเต้ มีโอกาสในการสร้างสรรค์ผลงานการทำประตู และแอสซิสต์ให้กับเพื่อนได้มากยิ่งขึ้น ในทางกลับกันก็กลายเป็นข้อสงสัยว่าจะเป็นการทำลายจุดเด่นของเจ้าตัวในเรื่องของเกมรับที่เจ้าตัวได้สร้างไว้หรือไม่

                หากดูจากสถิติที่เจ้าตัวได้ทำไว้ในฤดูกาล 2017/2018 จะพบว่า ในด้านเกมรับเอ็นโกโล่ ก็องเต้มีค่าเฉลี่ยตลอดฤดูกาลในการเข้าสกัดต่อเกม 3.3 ครั้ง และการแย่งบอลจากเท้าคู่แข่งสำเร็จ 2.5 ครั้งต่อเกม ซึ่งเมื่อเทียบกับฤดูกาลนี้จะมีการเข้าสกัดต่อเกมเฉลี่ยอยู่ที่ 2.1 ครั้ง และการแย่งบอลจากเท้าคู่แข่งสำเร็จ 1.3 ครั้งต่อเกม

                แต่มันคงเป็นการไม่ยุติธรรมที่จะกล่าวถึงสถิติแต่ในด้านของเกมรับ เพราะเมื่อมีการปรับบทบาทหน้าที่ที่เปลี่ยนไป ค่าสถิติโดยรวมในด้านการเล่นเกมรับจะลดลงไปบ้างก็คงไม่แปลก ดังนั้นเราควรจะมองไปที่สถิติการผ่านบอลด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่กองกลางแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ที่มีหน้าที่ช่วยเชื่อมเกมส์รุกและสร้างสมดุลให้เกมรับ

                เมื่อมามองในด้านการผ่านบอลกลับพบว่า ประสิทธิภาพการจ่ายบอลต่อเกมของเจ้าตัวกลับไม่มากขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น โดยเมื่อดูจากสถิติในฤดูกาล 2017/2018 เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มีสถิติในการผ่านบอลต่อเกมอยู่ที่ 63.3 ครั้ง และมีเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลสำเร็จอยู่ที่ 89.3% แต่ในทางกลับกัน ในฤดูกาลนี้กลับมีสถิติการจ่ายบอลลดลงเล็กน้อย โดยมีการผ่านบอลต่อเกมอยู่ที่ 59.8 ครั้ง และมีเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลสำเร็จอยู่ที่ 88.3% แถมในสถิติการผ่านบอลยาวกลับลดลงอย่างน่าใจหาย จากเดิมที่เคยทำไว้ที่ 2.6 ครั้งต่อเกม ลดลงเหลือเพียง 0.9 ครั้งต่อเกมเท่านั้น

                เมื่อเห็นสถิติดังนี้ ก็คงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่ได้เห็นบรรดาแฟนบอลเชลซีหลายๆคนแสดงอาการไม่พอใจต่อผู้จัดการทีมที่ปรับบทบาทกองกลางชาวฝรั่งเศสรายนี้ เพราะนอกจากจะทำให้เจ้าตัวไม่สามารถแสดงจุดเด่นในด้านเกมรับออกมาได้อย่างชัดเจน ยังได้ลดประสิทธิภาพกองกลางดีกรีแชมป์โลกรายนี้อย่างแท้จริง