ฟุตบอลต่างประเทศ

จากนักฟุตบอลสู่อาชีพกุนซือ การผันตัวหลังเกษียณที่เกิดจากความคุ้นชิน

อาชีพนักฟุตบอลนั้นมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างสั้นหากนับตั้งแต่การก้าวขึ้นเป็นนักเตะระดับซีเนียร์โดยทั่วไปก็จะอยู่ที่อายุประมาณ 20 ปี โดยช่วงพีคของอาชีพนักฟุตบอลจะอยู่ที่ช่วงวัย 24 – 28 ปี หลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงยืนระยะและโรยราไปในวัย 30 ต้น ๆ เฉลี่ยอาชีพนักฟุตบอลจึงอยู่ที่ 10 – 15 ปีเท่านั้น ห่างจากอาชีพอื่น 2 -3 เท่าตัว แต่นักฟุตบอลก็ยังสามารถมองหาอาชีพหลังเกษียณของตนเองได้ไม่ยากโดยเฉพาะการเป็นผู้จัดการทีม

การเรียนรู้และเข้าใจเกมฟุตบอลต่อยอดจากนักเตะสู่ผู้จัดการทีมสมองเพชร

                การเป็นนักฟุตบอลอาชีพย่อมต้องคลุกคลีอยู่กับผู้จัดการทีมประหนึ่งเพื่อนร่วมอาชีพ การได้พูดคุย รับฟังแบบแผน กลยุทธ์  วิธีการแก้เกมต่าง ๆ ล้วนถูกปลูกฝังลงใน DNA ของนักเตะอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว แม้จะตั้งใจหรือไม่ก็ตามนักฟุตบอลทุกคนจะเรียนรู้และซึมซับ วิธีรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ภายในสนามได้อย่างอัตโนมัติแม้ผู้จัดการทีมไม่ได้สั่ง นั่นเพราะสมองและร่างกายได้เคยจดจำสิ่งเหล่านั้นเอาไว้อย่างไม่รู้ตัว ด้วยเหตุนี้นักฟุตบอลที่เลิกเล่นจึงมักผันตัวเองไปเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลกันมากมาย เพราะเป็นสิ่งคุ้นเคยที่ตนเองเข้าใจมันเป็นอย่างดีตลอดอาชีพการค้าแข้ง

นักฟุตบอลชื่อก้องมากมายที่หันหน้าเข้าสู่วงการกุนซือลูกหนังอย่างเป็นเรื่องเป็นราว หลายรายมีผลงานไม่ค่อยน่าประทับใจสักเท่าไร แต่บางรายก็ได้รับการยกย่องว่ามีมันสมองดีไม่แพ้ฝีเท้าที่เคยสร้างชื่อให้ตนเอง ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดอย่างซีเนอดีน ซีดาน ผู้ที่เล่นฟุตบอลได้ราวผีเสื้อโบยบินอยู่บนผืนหญ้า ชายที่สามารถคว้าถ้วยรางวัลทั้งระดับสโมสร และระดับชาติมาครองไว้ได้ครบ การเป็นนักเตะที่เก่งระดับโลกอย่างซีดานจึงถูกจับตามองว่าการเป็นกุนซือขัดตาทัพให้เรอัล มาดริดจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่ชายผู้นี้ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าสมองของเขานั้นสุดยอดไม่แพ้ฝีเท้าด้วยการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 3 สมัยซ้อนเป็นประวัติศาสตร์ พ่วงด้วยแชมป์ลาลีกา สเปน 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2 สมัย, สแปนิช ซูเปอร์ คัพ 1 สมัย และสโมสรโลก 2 สมัย

ความคาดหวังมากมายจากทุกทิศทาง ท้าทายการทำงานของโค้ชยอดนักเตะ

หากดูตัวอย่างจากซีดานในความเป็นลูกหม้อของราชันชุดขาวก่อนจะก้าวมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมในช่วงเวลาคับขัน ด้วยพลังบางอย่างในความที่เคยเป็นผู้นำความสำเร็จมาให้สโมสรอย่างมากมาย จึงสามารถผลักดันให้นักเตะและกองเชียร์เกิดความเชื่อมั่นรวมกันเป็นหนึ่งจนคว้าโทรพีมาประดับตู้โชว์ของสโมสรได้มากมายภายในเวลา 3 ปีเท่านั้น

สโมสรมักเลือกนักเตะระดับตำนานของทีมเพื่อช่วยกอบกู้สถานการณ์ของทีมให้ดีขึ้น หรืออย่างน้อย ๆ ก็ลดแรงกดดันจากแฟนบอลที่มีต่อสโมสรลงได้บ้าง สำหรับในฤดูกาลใหม่ของฟุตบอลลีกยุโรปที่กำลังจะเริ่มต้นซีดานได้กลับมาเป็นผู้กอบกู้เรอัล มาดริด เป็นคำรบที่สอง แต่อีกหนึ่งลีกที่น่าจับตามองนั่นคือพรีเมียร์ลีก อังกฤษ อดีตนักเตะคนสำคัญอย่างแฟรงก์ แลมพาร์ด จะต้องกอบกู้เชลซีในช่วงเวลาที่มีทรัพยากรอันน้อยนิดการลุ้นแชมป์ถือว่าเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างไกล แต่การลุ้นจบท็อปโฟร์ก็คงต้องแย่งชิงกับทางฝั่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คาดหวังการทำงานแบบเต็มตัวฤดูกาลแรกของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพชรฆาตหน้าทารกที่สร้างปาฏิหาริย์ให้ทีมไว้มากมายสมัยค้าแข้ง ส่วนใครจะทำได้ดีกว่าใครผลงานในสนามอีก 9 เดือนจะเป็นคำตอบ