กีฬา

กีฬาตะกร้อกับลมหายใจที่ยังเหลืออยู่

หากจะพูดถึงกีฬา ‘ตะกร้อ’ ของประเทศไทยเราแล้วล่ะก็ น้อยคนนักที่จะบอกว่า ‘ไม่รู้จัก’ ก็ในเมื่อตะกร้อเป็นกีฬาพื้นบ้านของไทยมานานนม หากจะเล่าย้อนถึงอดีตก็คงเริ่มต้นเมื่อครั้งรัชสมัยของกรุงศรีอยุธยา ตามหลักฐานสันนิษฐานว่าพบการละเล่นตะกร้อในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ต่อมาในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชก็มีการกล่าวถึงตะกร้อในเชิงถ้อยคำในวรรณคดี แม้จิตรกรรมบนฝาผนังที่วัดพระแก้วก็มีภาพการเล่นตะกร้อของหนุมานกับเหล่ากองทัพลิงผ่านเรื่องราวของรามเกียรติ์ รวมถึงพระราชนิพจน์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ของกรุงรัตนโกสินทร์ ก็มีร้อยกรองที่กล่าวถึง ‘ตะกร้อ’ ในเรื่องอิเหนาและสังข์ทอง

การเติบโตของกีฬาตะกร้อในประเทศไทย

โดยภูมิประเทศของไทยเรานั้น ก็เอื้ออำนวยให้เกิดการเล่นตะกร้อ เนื่องจากอุปกรณ์ที่ใช้เล่นทำจากไม้ไผ่หรือหวายสานเป็นลูกกลม ๆ ซึ่งหาได้ง่ายในภูมิภาคแถบนี้ เราได้ประยุกต์การเล่นตะกร้อจนกลมกลืนเข้ากับวิถีชีวิตความเป็นไทย และกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมแห่งชาติ เช่น ตะกร้อวง ตะกร้อลอดบ่วง

เมื่อปี พ.ศ 2502-2508 ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ได้มีการเชิญนักตะกร้อจากไทยและพม่าที่มีการเล่นคล้ายคลึงกับของไทย เข้ามาร่วมโชว์การเตะตะกร้อแบบใช้ทักษะพลิกแพลง ทำให้ตะกร้อได้รับความนิยมมากขึ้น และดูเหมือนทางประเทศมาเลเซียซึ่งก็มีเล่นตะกร้อเหมือนไทย เพียงแต่เรียกชื่อว่า ‘เซปักรากา’ ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับกีฬาตะกร้อในภูมิภาคนี้มากขึ้น จนสามารถตั้งประเภทกีฬาที่ใช้ตาข่ายกัน เรียกกันว่า ‘เซปักตะกร้อ’ ขึ้นมาบรรจุเข้าไปในกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4

กีฬาพื้นบ้านจะก้าวขึ้นสู่การเป็นสากลได้หรือไม่

ตะกร้อเสมือนภาพลักษณ์ของกีฬาภูธร เนื่องจากมีเล่นกันเฉพาะในแถบอาเชียนเท่านั้น หากในปัจจุบันทางสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ หรืออีสตาฟได้ผลักดันให้กีฬาชนิดนี้ก้าวสู่ความเป็นสากลมากขึ้น หากยังคงไอกลิ่นอายความเป็นเอเชียอาคเนย์เอาไว้ ตะกร้อเริ่มมีคนกล่าวถึงมากขึ้น เมื่ออีสตาฟตัดใจทุ่มงบประมาณกว่าสิบล้านบาทจัดถ่ายทอดสดรายการอีสตาฟ เวิลด์ คัพ 2011 ทำให้หลายประเทศทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตกรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับกีฬาประเภทนี้เป็นอย่างมาก แม้ชัยชนะจะผูกขาดอยู่เพียงแค่สองประเทศ คือไทยกับมาเลเซียก็ตาม

ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จะกลายมาเป็นดาวรุ่งแห่งวงการตะกร้อหรือไม่

ลักษณะการเล่นของตะกร้อที่คล้ายวอลเล่ย์บอลผสมกับฟุตบอล การเคลื่อนไหวร่างกายที่ว่องไว ทำให้ประเทศในแถบเอเชียอย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีความสนใจในกีฬาดังกล่าว ถึงขนาดส่งทีมเข้าร่วมการแข่งขันด้วย โดยเฉพาะเกาหลีใต้ที่มีลีกอาชีพเล่นกันภายในประเทศ อย่างเป็นเรื่องเป็นราวและนักกีฬาเกาหลีใต้ก็เคยคว้าเหรียญทองในตะกร้อลอดบ่วงชายมาแล้วที่ปูซานเกมส์ ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2546 และนั้นทำให้เกิดกระแสนิยมตะกร้อขึ้นมา เมื่อเป็นเช่นนี้วงการตะกร้อไทยโปรดอย่าได้นิ่งนอนใจ ว่าเราเป็นอันดับต้น ๆ ของกีฬาชนิดนี้ เพราะญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้นั้น เมื่อลงมือทำสิ่งใด มักจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องเสมอ

แม้ในทุกวันนี้กีฬาตะกร้อของไทยอาจดูไม่วูบวาบสดใสเหมือนกีฬาอาชีพอย่างฟุตบอล เทนนิส หรือ แบดมินตัน เป็นเพียงกีฬาที่นิยมเล่นตามท้องถิ่น และก็เป็นกีฬาระดับเอเชียที่ประเทศไทยเราผูกขาดการเป็นที่หนึ่งเสมอมา หากภาครัฐก็ยังให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง มีหลักสูตรบรรจุอยู่ในชั้นเรียนทุกระดับ เป็นเสมือนกีฬาประจำชาติ และเราคงต้องสืบไว้ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา